บทความน่ารู้

วิธีสอนลูกให้รู้จักการจัดการอารมณ์ตนเอง

อัปเดตล่าสุด

20 ธ.ค. 2568

ข้อมูลโดย

ภาควิชากุมารแพทย์ศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แชร์

[wpcode id=”2814″]

ยิ่งดูข่าวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้คนเป็นพ่อแม่กังวลใจอย่างมาก ผู้คนใจร้อนกันมากขึ้น อดทนกันน้อยลง ใช้อารมณ์และความรุนแรงเพื่อแก้ปัญหากันมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่เราก็เห็นผู้ใหญ่ด่าเด็กหยาบคาย ทุบตีใช้ความรุนแรงกับเด็ก โดยแก้ตัวและให้ความชอบธรรมกับตัวเองว่า ทำเพื่อสั่งสอน

เด็กหลายคนแกล้งเพื่อน ทำข้าวของผู้อื่นเสียหายโดยใช้เหตุผลว่าก็แค่เด็กเล่นซน

ผู้คนมากมาย ตำหนิ ด่าทอผู้กระทำผิดลามไปถึงครอบครัวของพวกเขา มากกว่าการเรียนรู้เพื่อถอดบทเรียนจากการกระทำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก วิพากษ์วิจารณ์โต้ตอบกันด้วยความรุนแรงที่ไม่แพ้กัน

หากเด็กๆ ต้องเติบโตท่ามกลางผู้คนในสนามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ตอบสนองอารมณ์ของตนเองด้วยความรุนแรงเป็นวงจรเช่นนี้ แน่นอนว่าเด็กๆ จะซึมซับและเคยชิน โดยมองว่าความรุนแรงคือเรื่องปกติ

สุดท้ายจะต้องมีคนมากมายแค่ไหนที่ต้องตกป็นเหยื่อของวงจรความรุนแรงนี้ ?


เพื่อไม่ให้ลูกของเราต้องกลายเป็นเหยื่อ หรือกลายเป็นปัญหาสังคม การสอนให้ลูกรู้จักการจัดการอารมณ์ของตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการจัดการอารมณ์ ไม่ได้หมายความว่า ต้องห้ามไม่ให้ลูกรู้สึก หรือสอนให้ลูกเก็บกดอารมณ์ของตนเองไว้

แต่เป็นการสอนให้ลูกรู้เท่าทันและเข้าใจในอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้น สามารถควบคุมและตอบสนองต่ออารมณ์ของตนเองในแต่ละสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม

ซึ่งพ่อแม่สามารถสอนให้ลูกเข้าใจและจัดการอารมณ์ตนเองได้ในทุกๆ วัน เริ่มด้วยการยอมรับในทุกอารมณ์และความรู้สึกของลูก และสอนให้ลูกเข้าใจในอารมณ์ที่เกิดขึ้น

ในขณะที่ลูกกำลังอยู่ในอารมณ์ที่รุนแรง สิ่งที่พ่อแม่ทำได้ไม่ใช่การห้ามไม่ให้ลูกรู้สึก หรือสอนวิธีแก้ปัญหา แต่เป็นการช่วย

ทำให้ลูกใจเย็นลงก่อน เพื่อให้ลูกดึงสติกลับมาแก้ปัญหาในแต่ละสถานการณ์อย่างเหมาะสมต่อไปได้

สอนให้ลูกรู้ว่า เวลาอารมณ์ขึ้นอย่าเพิ่งทำอะไรให้หยุดตัวเองก่อนด้วยวิธีที่ลูกเข้าใจได้ง่ายๆ เช่น

เมื่อลูกควบคุมอารมณ์ได้แล้ว ค่อยสอนให้ลูกเข้าใจว่า ทุกอารมณ์และความรู้สึกไม่ว่าจะด้านบวกหรือลบไม่ใช่สิ่งผิด แต่เขาต้องแยกอารมณ์และความรู้สึกออกจากการกระทำให้ได้

ให้ลูกได้ทบทวนว่า ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีผลอย่างไร เขาสามารถจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกนี้ได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง


สุดท้ายแต่สำคัญที่สุด คือ การที่พ่อแม่และผู้ใหญ่รอบตัวต้อง

และไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เราทุกคน คือคนธรรมดาที่ทำผิดพลาดได้เสมอ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การทบทวนการกระทำของตนเอง ยอมรับผิด ขอโทษอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ รับผิดชอบทุกผลจากการกระทำของตนเอง เรียนรู้ เปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นเรื่อยๆ

ให้อภัยกันในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น การให้อภัยไม่ได้หมายถึง การยอมหรือปล่อยผ่านในการกระทำที่ผิด แต่เป็นการให้โอกาสกับผู้ที่ทำผิดได้รับผิดชอบผลจากการกระทำ แก้ไขในความผิดพลาดให้ถูกต้อง ทบทวนสิ่งที่เกิดเพื่อเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้พวกเขาไปทำผิดกับผู้อื่นซ้ำแล้วซ้ำอีก