เวลาลูกตัวร้อนขึ้นมากลางดึก สิ่งแรกที่พ่อแม่หลายคนนึกถึงคือยาลดไข้ แต่จริง ๆ แล้วยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ทำได้เองที่บ้าน ได้ผลดี และช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องพึ่งยา นั่นคือ การเช็ดตัวลดไข้ หรือที่เรียกกันว่าการลดอุณหภูมิร่างกายด้วยวิธีทางกายภาพ
ปัญหาคือหลายบ้านเช็ดตัวกันแบบ “พอได้ทำ” — ลูบเบา ๆ ด้วยผ้าชุบน้ำ ผ่านไปสองนาทีก็เลิก ซึ่งแทบไม่ช่วยอะไรเลย บทความนี้สรุปวิธีเช็ดตัวที่ถูกต้องตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ ทั้งขั้นตอน เทคนิค และข้อห้ามที่หลายคนยังเข้าใจผิด
ทำไมการเช็ดตัวถึงสำคัญ โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก
การเช็ดตัวช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้จริง และมีประโยชน์มากเป็นพิเศษในเด็กเล็ก
เหตุผลสำคัญคือ เด็กช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 6 ปี เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการชักจากไข้สูง การพาอุณหภูมิร่างกายให้ลงมาได้เร็วจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสบายตัว แต่เป็นการลดความเสี่ยงด้วย
ส่วนเด็กที่โตเกิน 6 ปีไปแล้ว การเช็ดตัวก็ยังมีประโยชน์อยู่ เพราะช่วย ลดความถี่ในการกินยาลดไข้ ลงได้ ไม่ต้องพึ่งยาบ่อยเกินความจำเป็น
ข้อห้ามที่ต้องรู้ก่อนลงมือ
ก่อนจะไปถึงวิธีทำ มีสิ่งที่ “ไม่ควรทำ” ซึ่งพ่อแม่หลายคนยังเผลอทำอยู่
1. ห้ามใส่น้ำแข็งลงในน้ำ
ข้อนี้พบบ่อยที่สุด เพราะพ่อแม่กังวลว่าไข้ไม่ยอมลง เลยคิดว่าน้ำยิ่งเย็นยิ่งดี
แต่ผลที่ตามมาคือ มือและเท้าของเด็กจะเย็นจัดจนหนาวสั่น และบางครั้งสั่นแรงมากจน แยกไม่ออกว่าเด็กสั่นเพราะความเย็นจากน้ำแข็ง หรือสั่นเพราะกำลังจะชักจากไข้ ซึ่งทำให้ประเมินอาการยากขึ้นไปอีก
2. ห้ามผสมแอลกอฮอล์
บางบ้านผสมแอลกอฮอล์ลงในน้ำเพราะเชื่อว่าจะช่วยระเหยพาความร้อนออกไป วิธีนี้ไม่แนะนำเช่นกัน
3. ใช้น้ำธรรมดาก็พอ
น้ำที่ดีที่สุดคือ น้ำประปาหรือน้ำสะอาดที่ใช้อาบตามปกติ ไม่ต้องผสมอะไรทั้งสิ้น
4. ไม่เช็ดตัวเมื่อเด็กอาการไม่คงที่
มีบางสถานการณ์ที่ควรหยุดก่อน ได้แก่
- เด็กกำลังชักจากไข้
- เด็กซึม ไม่ค่อยตอบสนอง
- เด็กมีภาวะเลือดออกผิดปกติ เพราะการถูผิวหนังอาจทำให้เลือดออกใต้ผิวหนังมากขึ้น
ในกรณีเหล่านี้ให้รอจนอาการคงที่ก่อน แล้วค่อยเช็ดตัว
เรื่องที่พ่อแม่มักตกใจ: ทำไมพยาบาลถึงเช็ดแรงขนาดนั้น
หลายคนที่เคยเห็นพยาบาลเช็ดตัวเด็กในโรงพยาบาลจะรู้สึกว่า “แรงไปหรือเปล่า” เด็กร้องไห้เสียงดัง จนพ่อแม่บางคนรู้สึกเหมือนลูกกำลังถูกทารุณ
แต่หลักการเบื้องหลังคือ การลดไข้ด้วยวิธีทางกายภาพต้องทำให้ หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัว ความร้อนถึงจะระบายออกมาได้ การแตะหรือลูบเบา ๆ จึงแทบไม่ได้ผลเลย
ตัวชี้วัดง่าย ๆ ว่าเช็ดถูกวิธีคือ ผิวหนังของเด็กจะแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยหลังเช็ดเสร็จ ถ้าเช็ดจนจบแล้วผิวยังสีเดิม แปลว่าน้ำหนักมือยังเบาเกินไป
ขั้นตอนการเช็ดตัวลดไข้
เตรียมตัว
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ — คนที่จะเช็ดตัวต้องล้างมือก่อนเสมอ
- เตรียมน้ำใส่กะละมัง แล้วทดสอบอุณหภูมิก่อนใช้ โดยใช้หลังมือแตะ หรือวักน้ำมาลูบที่ท้องแขนตัวเอง ให้รู้สึกว่าอุณหภูมิพอเหมาะ
- ถอดเสื้อผ้าเด็กออก เหลือไว้แค่กางเกงใน
- ให้เด็กนอนหงาย เพราะเป็นท่าที่สะดวกต่อการเช็ดที่สุด
เทคนิคการจับผ้า
ชุบผ้าขนหนูผืนเล็กลงในน้ำ บิดให้หมาด แล้ว พันผ้ารอบฝ่ามือให้แน่นเหมือนสวมถุงมือ วิธีนี้ทำให้ใช้ได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผ้า และควบคุมน้ำหนักมือได้ดีกว่าการถือผ้าเฉย ๆ
ลำดับการเช็ด
- เริ่มจากศีรษะ — เวลาเด็กมีไข้ ศีรษะจะร้อนเป็นพิเศษ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดที่หน้าผาก ถูไปมาซ้ำ ๆ
- หลังหูและลำคอ — เป็นบริเวณที่ร้อนมากเช่นกัน อย่าลืมเช็ดให้ครบทั้งสองข้าง
- แขน — ถูให้ทั่ว บางคนแนะนำให้เช็ดจากปลายมือขึ้นไปด้านบนย้อนแนวขน เพื่อเปิดรูขุมขน แต่จริง ๆ แล้ว ทิศทางไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งที่สำคัญกว่าคือน้ำหนักมือที่ใช้
- ข้อพับต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อพับแขน — จุดนี้ห้ามข้าม เพราะข้อพับเป็นบริเวณที่ความร้อนสะสมและระบายออกได้ยาก เทคนิคคือ ม้วนผ้าแล้ววางแช่ทิ้งไว้ตรงข้อพับ ความร้อนจะระบายออกได้ดีและเร็วขึ้นมาก
- ขา — ใช้แรงให้พอเหมาะเหมือนเดิม เช็ดจนเห็นผิวเริ่มแดงขึ้น และเน้นที่ข้อพับเข่ากับข้อเท้าด้วย
เคล็ดลับ: ถ้าเช็ดไปแล้วมือกับเท้าของเด็กเริ่มเย็น ให้ใช้ผ้าแห้งห่อมือห่อเท้าไว้ เพื่อไม่ให้เปียกและหนาวจนเกินไป
- ลำตัวด้านหน้า — เช็ดบริเวณหน้าอก หน้าท้อง และด้านข้างลำตัว
- พลิกตัวเช็ดด้านหลัง — ทั้งแผ่นหลังและก้น ถูไปมาจนผิวหนังค่อย ๆ แดงขึ้น
หลังเช็ดเสร็จ
เมื่อทำครบทุกส่วน อุณหภูมิร่างกายของเด็กควรลดลง ตัวเย็นลง จากนั้น
- ใช้ผ้าขนหนูแห้งเช็ดตัวให้แห้งสนิท
- ใส่เสื้อผ้าที่บางและระบายอากาศได้ดี
ผลลัพธ์ที่จะได้
โดยทั่วไป หลังเช็ดตัวถูกวิธี เด็กจะรู้สึกสบายตัวขึ้นอย่างชัดเจน และเมื่อสบายตัวขึ้นแล้วก็มักจะ ยอมกินข้าว ยอมดื่มน้ำ และกินยาได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกับการรักษาอื่น ๆ รวมถึงการกินยา อาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น
เมื่อไหร่ควรพาไปหาหมอ
หากเช็ดตัวและดูแลเบื้องต้นแล้ว ไข้ยังไม่ลด หรือลูกมีอาการอื่นที่ทำให้พ่อแม่รู้สึกกังวล ไม่ควรรอดูอาการอยู่ที่บ้าน ให้พาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
สรุปสั้น ๆ
|
ควรทำ |
ไม่ควรทำ |
|---|---|
|
ใช้น้ำประปาหรือน้ำสะอาดธรรมดา |
ใส่น้ำแข็งหรือแอลกอฮอล์ลงในน้ำ |
|
ล้างมือก่อนเริ่มเสมอ |
เช็ดตอนเด็กชัก ซึม หรือมีเลือดออกผิดปกติ |
|
ถอดเสื้อผ้าออก เหลือกางเกงในตัวเดียว |
ลูบเบา ๆ พอเป็นพิธี |
|
พันผ้ารอบมือเหมือนถุงมือ |
ข้ามบริเวณข้อพับ |
|
ใช้แรงพอเหมาะจนผิวแดงระเรื่อ |
ปล่อยตัวเปียกแล้วใส่เสื้อหนา |
|
วางผ้าม้วนแช่ที่ข้อพับ |
|
|
เช็ดตัวให้แห้ง ใส่เสื้อผ้าบาง ระบายอากาศดี |
เนื้อหาเรียบเรียงจากคำแนะนำของ รศ.พญ. ฉันท์สุดา พงศ์พันธุ์ผู้ภักดี อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกุมารแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (รายการ “ติดจอ พ.จุฬา”) บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลเบื้องต้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์



